การใช้คุกกี้
 

ก.ล.ต. ใช้คุกกี้จำเป็นเพื่อการทำงานของเว็บไซต์ และอาจใช้คุกกี้ชนิดจดจำข้อมูลซึ่งคุณสามารถเลือกเปิดหรือปิดการใช้งานได้เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ โดย ก.ล.ต. จะไม่ใช้คุกกี้ชนิดนี้หากคุณเลือกปิดการใช้งาน การใช้เครื่องมือนี้ จะติดตั้งคุกกี้บนอุปกรณ์ของคุณเพื่อที่จะจดจำข้อมูลการตั้งค่าต่าง ๆ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ที่ ก.ล.ต. ใช้ สามารถดูได้ที่หน้าเว็บ “คุกกี้”

 
คุกกี้ที่จำเป็น
 

คุกกี้เหล่านี้ที่จำเป็นในการเปิดใช้คุณลักษณะการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการเครือข่าย การเข้าสู่ระบบ คุณสามารถปิดการใช้งานคุ้กกี้เหล่านี้ได้ด้วยการตั้งค่าในเว็บเบราว์เซอร์ แต่การตั้งค่าดังกล่าวอาจส่งผลต่อการทำงานของเว็บไซต์

 
คุกกี้วิเคราะห์
 

ก.ล.ต. ใช้คุกกี้ Google Analytics เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ โดยรวบรวมและรายงานข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ คุกกี้ดังกล่าวจะเก็บข้อมูลที่ไม่ระบุตัวบุคคลโดยตรง
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของคุกกี้ชนิดนี้ สามารถดูได้ที่หน้าเว็บ “คุกกี้”

 
ปิด/เปิด คุกกี้วิเคราะห์
 
 
 
11 Mar 2019
4 ข้อดี...ทำไมนายจ้างควรมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 

เรื่องของการออมเงินเพื่อไว้ใช้ตอนเกษียณ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” มักถูกพูดถึงบ่อยๆ ว่าเป็นอาวุธที่สำคัญที่จะช่วยให้สมาชิกเกษียณแบบมีเงินใช้ ถ้ารู้จัก “ออมเต็มพิกัด จัดแผนเป็น เห็นเงินพอ” โดย “ฮีโร่” ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้พนักงานไปถึงเป้าหมายได้ ก็คือบรรดา “นายจ้าง” ใจดีทั้งหลายนั่นเอง

 

คราวนี้ เสียงคร่ำครวญก็มีมาหากัปตันอย่างไม่ขาดสายยิ่งกว่าแม่น้ำแยงซีเกียง

 

“ทำไมบริษัทหนูไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบ้างคะ?”

“อิจฉาบริษัทที่เค้ามีจังเลยครับ”

“จะมีวิธีจูงใจนายจ้างให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังไงดีคะพี่”

 

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นการจัดตั้งจากความสมัครใจร่วมกัน 2 ฝ่าย ทั้งนายจ้างและพนักงาน ฉะนั้น อยากตั้งแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ถ้าพนักงานอยากมี แต่นายจ้างไม่เห็นด้วย ก็ตั้งไม่ได้นั่นเอง

 

หลังจากที่เรานั่งสงสารเพื่อนๆ กลุ่มนี้จนน้ำตารินอยู่ประมาณ 3 นาที พลันสมองก็นึกคำแนะนำออกมาได้ … เอาอย่างนี้ เราไปบอกนายจ้างกันเถอะ ว่าบริษัทจะได้ประโยชน์อะไร ถ้ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งสรุปคร่าวๆ ได้เป็น

 

4 ข้อดี...ทำไมนายจ้างควรมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”

 

1. ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีทางอ้อม เพราะเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนให้พนักงาน ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างของพนักงานแต่ละราย เรียกได้ว่าเป็นสวัสดิการที่น่าสนใจจริงๆ

 

2. ได้เปรียบในตลาดแรงงาน ในเมื่อสวัสดิการที่มีเหนือกว่าบริษัทที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การดึงดูดคนที่มีความสามารถระดับหัวกะทิ ย่อมมีโอกาสมากกว่า เผลอๆ ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม employee of choice ได้เลย

 

3. พนักงานผูกพันกับองค์กรมากขึ้น ในเมื่อพนักงานไม่ต้องคอยพะวงหน้าพะวงหลังว่าท้ายที่สุดจะมีเงินใช้พอหลังเกษียณไหม ไม่ต้องมองหางานที่มีสวัสดิการที่ดีกว่า ทุ่มเทได้มากขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นไปในตัว ก็นายจ้างรักเราถึงขนาดห่วงใยถึงชีวิตในช่วงที่เราเกษียณออกไปแล้วนี่นา

 

4. ได้ช่วยชาติทางอ้อม เพราะบริษัทช่วยสร้างผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดูแลเลี้ยงดูตนเองหลังเกษียณได้ ไม่เป็นภาระแก่สังคมและผู้อื่น ประเทศก็เดินหน้าพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น

 

นี่คือ 4 เหตุผลที่จะช่วยสนับสนุนว่านายจ้างควรมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นสวัสดิการให้กับพนักงานของตัวเอง

 

สุดท้ายนี้ ถ้าหากนายจ้างท่านใด โชคดีได้เข้ามาอ่านบทความนี้ อยากจะบอกว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นของขวัญที่มีค่าอย่างยิ่ง ที่นายจ้างจะมอบให้กับพนักงานที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเป็นฟันเฟืองให้บริษัทเดินหน้ามาตลอดชีวิตการทำงานจริงๆ ครับ

 

สนใจอยากจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โทรสอบถามได้ที่ 0-2033-9569

 

รักนะ...จุ๊บๆ

บทความอื่นๆ
11 Mar 2019
นายจ้าง SUPER HERO
ถ้าหาก “นายจ้าง” ทุกบริษัท เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว อยากให้พนักงานของตัวเองมีชีวิตหลังเกษียณที่มีความสุข มีเงินใช้อย่างเพียงพอไปตลอดชีวิตเพื่อตอบแทนความมุ่งมั่นในการทำงาน แล้วแต่ละบริษัทก็ลงมือช่วยให้พนักงานของตัวเองเกษียณสุขตามเป้าหมาย แค่นี้เอง พวกคุณก็คือ “นายจ้างซุปเปอร์ฮีโร่” ของพนักงานแน่นอน!
DETAIL